วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

พูดยังไงให้เกิดผล

                การสื่อสารพูดคุยเป็นเรื่องที่สำคัญชีวิตประจำวันในทุกองค์กร หน่วยงานย่อยและทุกหน้าที่ด้วย  การสื่อสารล้วนแล้วแต่มีจุดประสงค์ไม่ว่าการให้หรือห้ามทำ การให้หรือรับข้อมูล การพูดเล่นยังมีความหมายอย่างน้อยก็สร้างความสัมพันธ์หรือบรรยากาศการทำงานที่ดี   การพูดแบบการทูต การพูดเพื่อการต่อรองสำหรับบางอาชีพยังต้องเข้ารับการอบรมเลย ปัจจัยที่เกี่ยวกับการพูดและสื่อสารครอบคลุมพื้นที่ใหญ่มากเช่น ใครเป็นคนพูด พูดกับใคร ในโอกาสไหน ใช้ภาษาอะไร ประเภทไหน พูดเพื่ออะไร  แต่ในที่นี้เราจะขอเล่าแค่จุดเดียวคือการพูดในงานเซฟตี้สำหรับผู้นำต่อผู้ใต้บังคับบัญชาในชีวิตประจำวันในที่ทำงาน

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

คุณเป็นผู้นำในการลดอุบัติเหตุหรือเปล่า?

            ขาดการดูแลอย่างใกล้ชิดจากหัวหน้างาน(ผู้นำ)” “ขาดภาวะผู้นำความปลอดภัย” “ขั้นตอนการทำงานไม่ครอบคลุมความเสี่ยง”  ท่านที่เคยมีส่วนร่วมในการสอบสวนอุบัติเหตุในการทำงานคงคุ้นเคยกับวลีที่เป็นสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุเหล่านี้ ในขณะที่ผู้บริหารองค์กรหรือผู้ศึกษาเรียนรู้จากรายงานอุบัติเหตุบ่อยครั้งจะตั้งคำถามให้ขยายความของคำว่าผู้นำหน่อย  คำนี้ดูกว้างๆเป็นนามธรรม(subjective)มากๆจนกว่าจะได้มีตัวอย่างประกอบให้ดูชัดเจนเป็นรูปธรรม(objective)มากขึ้น  การให้คำจำกัดความให้ครอบคลุมคงจะยากไปหน่อยที่จะมานั่งตีกรอบโดยไม่คิดถึงความเป็นมนุษย์ ความเป็นผู้นำความปลอดภัยมันแตกต่างระหว่างตัวบุคคล ตามความรู้ ทัศนคติ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมองค์กร ฯลฯ (individual, knowledge, attitude, work environment and organization culture etc.) ทั้งนี้เพราะมนุษย์คือความแตกต่าง1  คำอธิบายเป็นภาษาง่ายๆดังต่อไปนี้น่าจะก่อเกิดแนวความคิดต่อการปลอดหรือลดอุบัติเหตุ (incident free thoughts) และมีประโยชน์เชิงประยุกต์มากกว่า

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

จูงใจยังไงให้คนมีจิตสำนึก


"I think, therefore I am"   René Descartes



Credit Wikipedia: René Descartes นักปรัชญาฝรั่งเศสAdd caption
    

                การพูดหรือฟัง ไม่จำเป็นต้องนำไปสู่การกระทำเสมอ  ผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่ง  ได้ยกตัวอย่างคำของปรัชญาเมธีข้างบน1 ฉันเป็นแบบที่ฉันคิด มากล่าวไว้พร้อมกับให้ความรู้ต่อว่า คนเราใช้ความรู้ เหตุผล(ตรรกะ)และหรืออารมณ์  รวมๆกันเพื่อตัดสินใจที่จะทำหรือไม่ทำอะไร  หรือท่าจะดูให้ง่ายขึ้นตามรูปข้างล่างนี้เลย

การลงมือทำ


ภาพข้างบนนี้แสดงว่าความคิดของคนเราจะนำไปสู่การลงมือทำไม่ได้ถ้าไม่มีอารมณ์ร่วม ในทางเซฟตี้ถ้าพนักงานฝึกอบรมแล้วไม่นำความรู้ไปใช้หรือลงมือปฏิบัติก็ยากที่จะเกิดผลตามที่เรียนมาซึ่งแน่นอน ความรู้ที่ไปอบรมมาก็อยู่ในหนังสือ ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุหรืออุบัติการณ์ได้ก็ยังอยู่เหมือนเดิม ทำไมเรียนแล้วไม่ลงมือทำ? ตามมาครับจะเล่าให้ฟัง

องค์กรชั้นนำที่ใส่ใจในความปลอดภัยมากๆเริ่มใช้การทำเซฟตี้โค้ชชิ่งมากขึ้นเพื่อที่จะสร้างอารมณ์หรือจิตสำนึกแก่พนักงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างมั่นคง โดยการให้จป.ทุกระดับ(จป.บริหาร หัวหน้างาน วิชาชีพหรือเทคนิค)มีความรู้และทักษะการโค้ชเพื่อนำไปใช้กับการทำงานในแต่ละวัน