การตลาดได้แบ่งอายยุสินค้าหรือผลิตภัณท์ออกเป็น4ช่วงคือ ช่วงแนะนำตลาด(Introduction) ช่วงเจริญเติบโต(Growth)
ช่วงเติบโตเต็มที่ (maturity) และช่วงตกต่ำ (Decline)
แน่นอน..เจ้าของผลิตภัณท์ต้องการให้สินค้าขึ้นติดตลาดเร็วสุดและอยู่ในตลาดยาวนานที่สุด
แต่ในโลกแห่งสัจจธรรมมันคงหาสินค้าแบบนั้นไม่ได้เพราะมันเกิดขึ้น
ตั้งอยู่แลดับหายไป
การตลาดและโปรโมทสินค้าจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อส่งเสริมการขายและทำให้ลูกค้านึกถึงสินค้าตลอดไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ตาม
โจทย์สำคัญคือจะโปรโมทยังไง ให้ใคร ด้วยจุดประสงค์อะไร
![]() |
| วงจรผลิตภัณท์ (Product Life Cycle) |
หันมามองเซฟตี้มันเหมือนกันยังไง? งานที่ทำได้อย่างปลอดภัยมักจะต้องมีขั้นตอนและการปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นการบังคับตามกฎหมาย
เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ตาม การที่จะไม่ให้เกิดการหย่อนยานในทางปฏิบัติจนเบี่ยงเบนจากมาตรฐานที่ดีจึงจำเป็นต้องมีการตอกย้ำซ้ำเตือน
(โฆษนา ประชาสัมพันธ์)วิธีการทำงานเป็นระยะๆเพื่อกันลืม อ่านให้ฟังเหรอ? มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก
การส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน(Safety Promotion) มันต้องเริ่มจากการตั้งคำถามถูกต้องก่อน
เช่น ทำไปทำไม ทำเพื่อใคร แล้วค่อยมาถามว่าทำอย่างไร ตอบคำถามว่าทำไปทำไม
ถ้าได้คำตอบว่าเพราะกฎหมายหรือนายสั่งมา ขอให้เก็บคำตอบไว้ท้ายๆเลยเพราะ “เค้ารู้อยู่แล้ว” ที่คือสิ่งที่เราน่าจะถามก่อนผลิตสื่อโฆษนา(พูดกันตรงๆ)
เราจะสื่ออะไรให้ใครฟัง
กลุ่มเป้ามายเราสนใจอะไร..งานนี้ต้องสำรวจ! เราจะใช้สื่อแบบไหน
อันนี้ลองสังเกตได้เวลาดูทีวีเจอโฆษนาแบบไหนที่เราต้องหยุดดู
อันไหนเรากดรีโมทเปลี่ยนช่องทันที เคยทำงานรีวิวโปสเตอร์ส่งเสริมความปลอดภัยเรื่องทำงานในที่อุบอากาศให้น้องคนหนึ่ง
ในโปสเตอร์อุดมไปด้วยตัวหนังสือสาระทางกฎหมาย
จึงถามว่าถ้าเราไปติดบอร์ดจะมีคนยืนอ่านสักกี่คน หลังจากคุยกัน
น้องเลยไปแก้ไขใหม่ให้เป็นโปสเตอร์การ์ตูนง่ายๆว่างๆด้วยคำสำคัญๆ(Key
words) คำแนะนำที่กับน้องไปก็คือคนที่ทำงานอับอากาศเขาได้รับการอบรมในรายละเอียดมาแล้วแต่เขาอาจจะลืมรายละเอียดถ้านานๆทำที
โปสเตอร์ควรจะดึงดูดสายตาและความสนใจว่าเขาลืมอะไรไปบ้างแล้ว
แล้วเขาจะกลับไปเติมเต็มหรือซื้อซ้ำได้ยังไง
เราลองมองการโฆษนาเปรียบเทียบกัน
ยาสีฟันยี่ห้ออะไรที่เก่าแก่ที่สุดที่คุณได้ยินชื่อมานาน ทำไมเขายังอยู่ในตลาด
เขามีกี่รุ่นตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
ลองสังเกตดูว่าเขาทำยังไงที่ทำให้ยังอยู่ในตลาดได้ยาวนาน
คุณอาจมองสินค้าอื่นๆก็ได้ คำตอบที่หาได้ไม่มีถูกหรือผิดแต่ถ้าคุณตอบแบบไม่หลอกตังเองคุณเป็นคนเข้าใจคนอื่นได้มากขึ้นและทำpromotionได้ดีและตรงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น
การใช้หลักการตลาดเข้ามาทำการส่งเสริมความปลอดภัยเป็นการทำงานที่ได้ผลตรงกลุ่มเป้าหมาย
วิธีการทำงานเริ่มจากการท้าทายตัวเองด้วยคำถามที่ทรงพลังแล้วหาคำตอบที่ใช่หรือใกล้เคียง
ใช้เทคโนโลยีภาพเคลื่อนไหวช่วย ดึงดูดความสนใจ ทำให้คนอื่นมีส่วนร่วม
นักผลิตสื่อโฆษนาบนทีวีหรือโซเชียลมีเดียตระหนักดีว่าถ้าคลิปยาวเกิน30วินาทีคนเริ่มไม่สนใจ
อย่าลืมนะ “ต้องทำ” (have to)เหมือนถูกบังคับ แต่ “อยากทำ” (want to) มาจากเห็นด้วยทำด้วยใจซึ่งได้ผลยั่งยืนกว่า
การทำให้คน”อยากทำ”มันยากแต่ดี มันบ่งชี้ถึงความเป็นมืออาชีพของเรา เพราะฉะนั้นคิดให้รอบคอบสร้างสรรค์งานที่ไปไม่ยุ่งยากซับซ้อน
“คิดยากทำง่าย ได้ประโยชน์สูง”

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น