วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2563

COVID19 กับ BBS

              
                ถ้าพูดถึงBBS(Behavior Based Safety)หรือความปลอดภัยเชิงพฤติกรรมที่ชาวอุตสาหกรรมหลายท่านจะรู้จักคือการส่งเสริมและสร้างพฤติกรรมที่ปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ  มันดูคล้ายๆกับมาตรการป้องกันการติดCOVID19  อยู่ห่าง ล้างมือ กินร้อน ช้อนส่วนตัว ใช่ไหมครับ BBSในโรงงานอาจจะเริ่มต้นจากการกำหนดนโยบาย   มีขั้นตอนการปฏิบัติ ฝึกอบรมพนักงานตลอดไปจนถึงการติดตามผลวิเคราะห์และปรับปรุงเพื่อปรับพฤติกรรมและการมีส่วนร่วม สัมฤทธิ์ผลของโครงการไม่ได้เกิดขึ้นโดยปาฏิหาริย์แน่นอน มันต้องอาศัยนโยบายที่ต่อเนื่อง ตอกย้ำซ้ำเตือนจนพนักงานเห็นประโยชน์และมีส่วนร่วมปฏิบัติด้วยใจและจิตสำนึก ถ้าท่านที่ผ่านประสบการณ์นี้มาแล้วคงเข้าใจได้ว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์คนหนึ่ง การตอกย้ำซ้ำเตือนคงจะต้องใช้ ไม้ยมกหลายๆๆๆตัว เหมือนๆกับการตระโกนบอกลูกเล็กๆว่า ลูก อย่าไปวิ่งเล่นบนถนน เดี่ยวรถจะชนเอาใช่ไหมล่ะ


เครดิตภาพ: thestandard.co
       ในสถานการณ์การระบาดของโรคCOVID19 ทุกคนไม่ใช่พนักงานบริษัทแต่จะเป็นประชาชนคนทั่วไปที่แค่ฟังประกาศจากรัฐและสื่อทั่วไปทั้งเห็นด้วยหรือเห็นต่างไปจนถึงต่อต้าน ฟังแล้วเริ่มยากที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วใช่ไหมล่ะ! เพราะโดยพื้นฐานแล้วคนคิดไม่เหมือนกันไม่ว่าจะโดยภูมิหลัง การศึกษา สังคม ทัศนคติ ค่านิยม เศรษฐกิจสังคม และอื่นๆอีกร้อยแปดพันเก้า ระดับการตระหนักหรือความกลัวจึงไม่เท่ากันเลย ยังมีข่าวคนแอบไปตั้งวงกินเหล้ามั่วยา คนไปดูมวยติดกันกระจาย  

จากการติดตามข่าวต่างประเทศจะเห็นได้ว่าบางประเทศระบาดไวหายช้ากับบางประเทศระบาดแล้วควบคุมได้เร็ว เป็นเพราะอะไร? มีหลายๆสิ่งที่สังเกตได้นอกจากความพร้อมของเงินและสาธารณสุขพื้นฐานหรือความเด็ดขาดของรัฐในการจัดการกับความเชื่อค่านิยมและวินัยของประชาชาตินั้นๆ คำว่า วินัยมาอีกแล้ว  ถ้าจะถามกันว่า ชาวไทยเรามีวินัยกันไหม?” โดยให้ไปตอบตัวเองแบบตรงไปตรงมาคุณจะตอบว่าไง แล้วมีหรือไม่มีมันต่างกันยังไง? ถ้า ไม่มีหมายความว่าเราจะแย่ดิ่งเหวเลยหรือ? ไม่เลวร้ายขนาดนั้น จุดเด่นของชาวไทยถ้าเราก้าวสู่วิกฤติระดับชาติเราจะสามัคคีและช่วยกันในที่สุดเช่น น้ำท่วม สึนามิ หรือแม้แต่ร่วมบริจาคกับพี่ตูนวิ่ง ก้าวคนละก้าว เบตง-เชียงรายเมื่อปีก่อนโน้น  เรายังเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้วใช่ไหมอย่างน้อย3E (Engineering, Education and Enforcement) ในการบริหารความปลอดภัยก็ยังประยุกต์ใช้ได้ การมีกฎหมายออกมา การสื่อสารสู่ประชาชนอย่าต่อเนื่องโดยเน้นเชิงบวก ตลอดจนการบังคับใช้และลงโทษผู้เจตนาผ่าฝืนก็ยังใช้ได้ดีอยู่ ใช่ครับ เรายังเตือนสติกันได้ในวงเล็กรอบตัวเรา เช่น ไปซื้อของกับร้านประจำถ้าคนขายไม่ใส่หน้ากาก ถุงมือ รักษาระยะห่างระหว่างกันเชื่อว่าเราจะบอกหรือเตือนได้ไม่ยากนัก เพราะว่าเราไม่เตือนเขาเท่ากับเราไม่ช่วยเขาแล้วตัวเองก็เสี่ยงก็การติดเชื้อด้วย  “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทองต้องหยิบมาใช้ในมิติใหม่ ถ้าคุณนิ่ง(ไม่พูด)เสียตำลึงทองเลยนะครับ ฮาๆๆๆ
       
         ในวิกฤติมีโอกาสเสมออย่างน้อยหลังCOVID19 เราน่าจะได้เห็นไทยใหม่ที่เต็มไปด้วยวินัยและร่วมกันพัฒนาชาติอย่างก้าวกระโดด  คิด→ทำ→ผลลัพธ์ การคิดดีไม่ยอมแพ้กับการระบาดของดโรค  ทำตามวิธีการป้องกันที่รัฐขอความร่วมมือมาทั้งในบ้านนอกบ้าน เตือนตัวเองเตือนผู้อื่น  ผลลัพธ์ที่ได้นอกจากการแพร่ระบาดจะหยุดไวแล้วเรายังได้ไทยใหม่ด้วยมือเราเราอีกด้วย   สู้ สู้ สู้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น