วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2563

ถูกผิดคิดเทียบกับอะไร


ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยโซเชียลมีเดียเราคงจะคุ้นเคยกับ new normal (ขอเรียกว่าบรรทัดฐานใหม่นะ)ที่คนจะคอมเม้นต์กันอิสระมากโดยเฉพาะการเมืองทั้งเห็นด้วยเห็นต่างตั้งแต่สุภาพจนถึงหยาบคายสุดโต่งก็มี เห็นภาพแล้วใช่ไหมล่ะ ยิ่งตอนนี้เจอแบบ ทัวร์ลง ด้วย ปิดเพจหนีเลย!! ฮ่าๆๆๆ ในกลุ่มเล็กก็มี วันก่อนมีเพื่อนส่งข้อความให้กำลังใจข้างล่างมาแชร์กันในลายน์กลุ่มหนึ่งอ่านดูรู้สึกว่าก็เขียนดีนะแล้วก็ข้ามไป ครึ่งวันหลังจากนั้นมาดูอีกทีปรากฏว่ามีการถกเถียงคอมเม้นต์กันมากมายทั้งเห็นด้วยและเห็นต่างตามกันไปแต่ก็มีเหตุผลกันทุกฝ่ายมันจึงจบยากจนบางคนออกจากกลุ่มไป ทำให้คิดถึงคำคมที่ว่า เหรียญมีสองด้านเสมอ กับ ในดีมีชั่วในชั่วมีดี ยังคิดต่อว่าแล้วถ้าต้องมาตัดสินว่าใครถูกใครผิดคงจะท้าทายสมองและความรู้สึกมากๆเลย ดีไม่ดีเครียดตามความดันมาเยี่ยมอีก




ภาพ1 บทความบนโซเชียลมีเดีย

การถกเถียงกันเป็นเรื่องที่ดีครับคือเถียงกันให้รู้เรื่องและจบให้สร้างสรรค์ ไม่งั้นก็จะมีมวยนอกสังเวียนแบบเกมส์แพ้คนไม่แพ้หลังสัมมนาหรืออภิปรายนอกสภา (เฉียดการเมืองอีกละ ไม่เอาดีกว่า) การถกเถียงกันมีจุดประสงค์นำความแตกต่างมาสร้างสรรค์ให้ได้ผลงานที่ผิดน้อยถูกมาก ถูกหรือผิดก็ขึ้นอยู่กับว่าคิดเทียบกับอะไร การที่ชายไทยมีภรรยามากกว่าหนึ่งคนถือว่าผิดทั้งกฎหมายและศีลธรรมในขณะที่บางประเทศในโลกนี้ผู้ชายมีภรรยาได้ถึงสี่คนโดยไม่ผิดศีลธรรมจรรยา ชาวตะวันตกที่ไม่ยอมเปลี่ยนความเชื่อว่าคนป่วยเท่านั้นที่ต้องใส่หน้ากากอนามัยทำให้ติดโควิด19และกระจายอย่ารวดเร็ว  แจ๊ค หม่าแห่งอาลีบาบา บอกว่าอย่ากลัวที่จะพลาดแต่บางองค์กรพลาดแล้วเงินเดือนแป๊ค  ความจริงมีมิติที่ซับซ้อนมากกว่า1+1=2 เยอะ      เอาไว้ค่อยๆเขียนมาแชร์กันถ้าสนใจ
ภาพ2 A กับB

จากรูปข้างบนเรามาลองเล่นเกมส์กัน A คือวงกลมสีน้ำเงินส่วน B เป็นวงกลมสี่แดง ถ้าพูดว่า 1.ทุกๆอย่างใน B คือ  2.ทุกๆอย่างใน A คือ B   3.บางส่วนใน A คือ 4.บางส่วนใน B คือ 5.บางส่วนของ A คือB หรือ 6.บางส่วนของ B คือ A คุณว่าประโยคไหนถูกประโยคไหนผิด ถ้าคุณชวนคนต่างเพศต่างวัยและการศึกษามาเล่นรับรองได้เลยว่าคำตอบแตกต่างกัน ต่อไปคุณอาจจะต้องตั้งกฎใหม่ว่าวงกลม A กับ B มีความสัมพันธ์กันอย่างไรเมื่อผู้เล่นอยู่ในกรอบหรือกติกาเดียวกันก่อน  คนไทยขี้เกียจประโยคนี้ผิดแน่ คนไทยส่วนใหญ่ขี้เกียจ”  รู้ได้ไงว่าเป็นส่วนใหญ่  นิยามคำว่า ขี้เกียจคืออะไร  แต่ถ้าพูดแบบไม่อ้างตัวเลขว่า คนไทยบางคนขี้เกียจอันนี่น่าเป็นความจริงที่จะพอรับได้

                ในชีวิตการทำงานการจะประชุมเพื่อถกเถียงกันหาทางออกที่เสี่ยงน้อยที่สุดหรือสมบูรณ์มากสุด(ไม่กล้าใช้คำว่า100% เพราะอาจดูเพ้อฝันไปหน่อย) เพราะฉะนั้นก่อนการถกเถียงกันเราต้องมีกรอบการถกเถียงกันก่อน มิฉะนั้นมันจะออกนอกลู่นอกทางหรือออกทะเลไปจนกู่ไม่กับ—เราต้องทำอย่างอื่นด้วยไม่ใช่ประชุมอย่างเดียว การทำวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาเรารู้ว่าเราต้องมีสมมุติว่าตัวแปรบางตัวไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าตัวแปรทุกตัวไม่นิ่งมันจะจบไม่ลงแล้ว แล้วเราจะหาความรู้ไปต่อยอดไม่ได้

                โลกโซเชียลมีเดียจะใช้แนวคิดแบบข้างบนไม่ได้เพราะเป็นสาธารณะและไม่ขึ้นแก่กัน อย่างน้อยถ้าคุณใช้หลักให้ความเห็นอย่างสร้างสรรค์ (constructive comments) แล้วมีอีกคนมาเห็นต่างจากคุณโดยใช้คำหยาบ เราหรือใครจะไปควบคุมเขา เขาไม่ได้อยู่ในกรอบเดียวกับเราแล้วมันจะจบยังไง ฟ้อง แจ้งความ ด่าตอบ หรือออกจากกลุ่มไปเลย โซเชียลมีเดียคือเหรียญสองด้าน ด้านบวกให้เราติดต่อสื่อสารกันได้ง่าย ไวในหลายรูปแบบ ส่วนข้อเสียคือคุณอาจจะเจอคนที่ไม่ได้คิดอย่างคุณและไม่เคารพกติกาสังคมก็ได้ ผิดหรือถูกอาจจะอยู่ที่อารมณ์และความพอใจล้วนๆ

                สรุปการเรียนรู้เรื่องถูกผิดคิดเทียบกับอะไรมาสัก3ข้อดังนี้

            1.ผิดถูกต้องมีสถานการณ์ บริบทของสังคม และกรอบความคิด
            2.กติกา และนิยามต้องตรงกันก่อนชี้ถูกชี้ผิด
            3.อย่าไปเอาจริงเอาจังกับเรื่องถูกผิดบนโซเชียลมีเดียเลย เครียดเปล่าๆ

ถ้าอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วไม่ว่าจะเชื่อหมดหรือขัดแย้งบ้างแสดงว่า มันเป็นสัจจธรรมใช่ไหมครับ .. แล้วพบกันใหม่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น